แต่งชุดนักเรียน

ผวจ.ตราด ยันศึกษามาแล้ว ใส่ชุดนักเรียน เรียนออนไลน์ ผลการเรียนดีขึ้น

ผวจ.ตราด ยันเห็นด้วยเรื่องสวมชุดนักเรียน เรียนออนไลน์ แก้ปัญหาเด็กตื่นสาย มาเรียนทั้งชุดนอน ชี้โรงเรียนในกรุงเทพฯ ทำมาก่อน ผลการเรียนดีขึ้น

เกาะติดข่าว กดติดตาม ChonburiSearch

เพิ่มเพื่อนไลน์

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2564 นายภิญโญ ประกอบผล ผวจ.ตราด กล่าวถึงกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวคิดในเรื่องการแต่งตัวชุดนักเรียนระหว่างการเรียนออนไลน์ว่า เรื่องนี้เสนอในที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจ.ตราด โดยเอาตัวอย่างโรงเรียนในกรุงเทพมานำเสนอ เพราะเด็กนักเรียนเรียนออนไลน์จะนั่งเรียน นอนเรียน ตื่นนอนมาก็ไม่อาบน้ำ ไม่ล้างหน้า ตื่นก็มานั่งหน้าจอเลย

นายภิญโญ กล่าวว่า การเรียนออนไลน์ต้องมีสมาธิในการเรียนการสอน การเรียนออนไลน์ที่กรุงเทพฯ เมื่อเด็กสวมชุดนักเรียนแล้วจะมีผลการเรียนที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการสวดมนต์และเช็กชื่อนักเรียนด้วย ส่วนเรื่องการแต่งเครื่องแบบนักเรียนที่ว่าสิ้นเปลืองนั้นคงไม่ใช้ เพราะเครื่องแบบนักเรียนทุกคนมีอยู่แล้วการซักเสื้อผ้าจะสิ้นเปลืองได้อย่างไร

“ความจริงในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ตราด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้เสนอแนวความคิดนี้ให้ ศึกษาธิการจังหวัด และผอ.เขตประถมศึกษา ผอ.เขตมัธยมศึกษา ให้ไปพูดหารือกัน หากดีก็นำไปดำเนินการ หากไม่อยากทำก็จบ ไม่ได้ไปออกคำสั่งให้ทำ ถ้าดีก็ทำไป แต่ผมเห็นว่าดี ผมมีตัวอย่างจากคนใกล้ชิดที่ปฏิบัติ อย่างไรก็ตามในแต่ละโรงเรียนอาจจะไม่เหมือนกัน

ซึ่งคนที่เห็นด้วยส่วนใหญ่ก็จะนิ่งไม่แสดงความคิดเห็น แต่คนที่ไม่เห็นด้วยก็พิมพ์โพสต์ออกไป ก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า เมื่อสื่อออกไปก็จะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่คนเห็นด้วยมักจะเฉย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เรื่องนี้ไม่มีปัญหา หากทำก็จะเป็นเรื่องดีแน่นอนกับตัวนักเรียน แต่ผมไม่อยากจะไปถกเถียงอะไร เพราะผมมีข้อพิสูจน์ว่าทำแล้วดี แต่ผมไม่อยากเอ่ยชื่อโรงเรียนให้เค้าเสียหาย”

ผู้ปกครองในอ.แหลมงอบ รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ส่วนตัวคิดว่าดี เพราะบางครั้งลูกสาวตื่นสาย ลุกมาเรียนทั้งชุดนอน นั่งเรียนไปด้วยกินข้าวไปด้วย บางทีก็กินขนม ในหน้าจอที่ครูสอนก็เล็กมาก ๆ ตนมีความกังวลว่าเด็กที่โตมาในยุค โควิด-19 จะเป็นอย่างไร ระเบียบวินัยจะสู้เด็กยุคก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามก็คงต้องยอมรับ

ลุงพล

ด่วน! ออกหมายจับ ‘ลุงพล’ 3 ข้อหา คดีน้องชมพู่ ผบ.ตร.จ่อแถลงเอง พรุ่งนี้

ด่วน! ออกหมายจับ “ลุงพล” ตัวละครสำคัญในคดี “น้องชมพู่” 3 ข้อหา ซ่อนเร้นอำพรางศพ ตำรวจเจอหลักฐานสำคัญ เส้นขน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ChonburiSearch

เพิ่มเพื่อนไลน์

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 มีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้อนุมัติหมายจับนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่”
โดย ลุงพล ถูกแจ้งใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย
1.พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร

2.ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย

3.กระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

ลุงพล

นอกจากนี้ มีรายงานว่า สำหรับหลักฐานในการออกหมายจับครั้งนี้คือหลักฐานบริเวณจุดพบศพ ได้แก่ กางเกง รองเท้า เส้นขนจำนวน 3 เส้น ที่ตรวจดีเอ็นเอ จนสามารถระบุได้แล้วว่าเป็นของใคร รวมถึงเส้นผมน้องชมพู่ที่ถูกสับ 36 เส้น

รวมทั้งคำให้การของพยานแวดล้อมทั้งหมด และผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ชี้ชัดว่ามีความเชื่อมโยงกับลุงพล

ล่าสุดเมื่อเวลา 23 .00 น.วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ผู้สื่อข่าวระบุว่า นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ได้อยู่ที่บ้านพัก ที่บ้านกกกอกหลังจากเดินทางกลับมาจากบ้านพ่อที่จ.สกลนคร และบริเวณหน้าบ้านมีผู้สื่อข่าวและเหล่ายูทูเบอร์แวะเวียนมาปกติ
ส่วนกรณีการออกหมายจับนั้นต้องรอในเช้าวันพรุ่งนี้ (2 มิ.ย.) ซึ่งเป็นวันที่นายไชย์พล มีกำหนดเดินทางไปพบอัยการจังหวัดที่ตัวเมืองมุกดาหารคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
พร้อมกับมีการเคลื่อนไหวของทนายษิทรา เบี้ยบังเกิดที่บอกว่าจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 2 มิถุนายน 2564 เวลา 10.00 น.ซึ่งคาดว่าจะมีการแถลงกรณีของนายไชย์พล ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ขณะนี้

คอหวยเตรียมเฮ! สลากกินแบ่งฯ เล็งเปิดซื้อหวย 80 บาท ผ่านแอปเป๋าตังได้แล้ว

สลากกินแบ่งฯ เล็งเปิด GLO Official Sellers 51 จุด ซื้อหวย 80 บาท ผ่านแอปเป๋าตังได้แล้ว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ChonburiSearch

เพิ่มเพื่อนไลน์

วันที่ 1 มิถุนายน 2564 พันตำรวจเอก บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แถลงข่าวโครงการ GLO Official Sellers สร้างจุดจำหน่ายให้ประชาชนสามารถหาซื้อสลากได้ตามราคา 80 บาท นำร่องพื้นที่ กรุงเทพฯ และนนทบุรี มีตัวแทนจำหน่ายสลากร่วมเครือข่าย GLO Official Sellers จำนวน 51 จุด โดยการจ่ายเงินในการซื้อ-ขายสลาก จะเป็นการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตังเพื่อป้องกันการซื้อ-ขายสลากเกินราคาที่กำหนด 80 บาท ซึ่งนำไปสู่การลดความรุนแรงของปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันกับการจำหน่ายสลากผ่านโครงการ คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในงวดแรก งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นี้

ซื้อหวย

โดยวัตถุประสงค์สืบเนื่องจากปัจจุบันมีผู้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปจำหน่ายเกินราคาหน้าสลากเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยที่ได้จากการสำรวจเกินกว่าราคา 80 บาท ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบกับประชาชนผู้ซื้อ สำนักงานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและมีความตั้งใจจริงในการหาแนวทาง/มาตรการต่างๆ มาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของโครงการ GLO Official Sellers ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจุดจำหน่ายให้ประชาชนสามารถหาซื้อสลากได้ตามราคา 80 บาท และลดความรุนแรงของปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการสร้างความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่าย(รายเดิม) ที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ พร้อมยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่ายสลาก ร่วมเครือข่าย GLO Official Sellers ของสำนักงานฯ และจะต้องผ่านการคัดเลือกให้จำหน่ายสลากในพื้นที่นำร่องของโครงการฯ เพื่อให้การควบคุม

หวยแอพเป๋าตังค์

ขณะเดียวกัน ติดตามประเมินผล เป็นไปอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วยเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 เขต (เขตละ 1 ราย) และจังหวัดนนทบุรี จำนวน 6 อำเภอ (อำเภอละ 1 ราย) ซึ่งสำนักงานฯ ได้ประกาศรับสมัครตัวแทนจำหน่ายสลากประเภทบุคคลทั่วไปส่วนกลาง (รายเดิม) และตัวแทนจำหน่ายสลากบุคคลทั่วไป จังหวัดนนทบุรี (รายเดิม)

คนละครึ่ง

ด่วน! ครม.อนุมัติแจกอีก คนละครึ่งเฟส 3 ให้คนละ 3 พันบาท เผย 31 ล้านคนเฮ

ด่วน! ครม.อนุมัติแจกอีก คนละครึ่งเฟส 3 ครอบคลุม 31 ล้านคน ใช้งบกว่า 93,000 ล้านบาท แบ่งเป็นช่วงแรกไตรมาส 3 และไตรมาส 4 รอบละ 1,500 บาท

เกาะติดข่าว กดติดตาม ChonburiSearch

เพิ่มเพื่อนไลน์

วันที่ 1 มิ.ย.64 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบ Video Conference ก่อนอนุมัติ 4 มาตรการเยียวยาประชาชนจากผลกระทบของโควิด-19 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ วงเงินรวม 1.4 แสนล้านบาท

สำหรับทั้ง 4 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการเติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นมาตรการสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ทั้งสิ้น 13.65 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ใช้งบประมาณ 1.64 หมื่นล้านบาท

2.โครงการเติมเงินให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เป็นมาตรการสำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งเคยเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมทั้งกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุด้วย2.5 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท



3.โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เป็นมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยด้วย โดยจะเป็นการใช้จ่ายแบบร่วมจ่าย รัฐช่วยจ่ายวันละ 150 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการรวมเป็นเงิน 3,000 บาท แบ่งเป็นช่วงแรกไตรมาส 3 ของปีนี้ จะทยอยจ่าย 1,500 บาท และไตรมาส 4 อีก 1,500 บาท ครอบคลุมประชาชน 31 ล้านคน ใช้งบประมาณกว่า 93,000 ล้านบาท

4.โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็นมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านผู้ที่มีกำลังซื้อ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะมีการเปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หลังจากที่ ครม.อนุมัติโครงการ กลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน ใช้งบประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท

ม.33 เราชนะ

ม.33 เรารักกัน รับเงินเยียวยา 1,000 บาท งวดสุดท้าย จันทร์นี้

“ม.33 เรารักกัน” ผู้ประกันตนเฮ เงินเยียวยา 1,000 บาท งวดสุดท้ายเข้าแล้ว เช็ค “เป๋าตัง” ใช้จ่ายได้เลย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ChonburiSearch

เพิ่มเพื่อนไลน์

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียว โครงการ “ม33เรารักกัน” มุ่ง ​”เยียวยา” กลุ่มเป้าหมาย 9.27 ล้านคน โดยเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ “ผู้ประกันตน ม.33” โดนในวันนี้(31 พ.ค.64) เป็นวันสุดท้ายของการรับเงินในโครงการ “ม.33 เรารักกัน” มาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนในระบบ “ประกันสังคม มาตรา 33” จ่ายเงินเยียวยาโอนเงินงวดสุดท้ายอีก 1,000 บาท

“ผู้ประกันตน ม.33” ที่เคยได้รีบสิทธิเรารักกันในรอบแรกแล้ว จะได้รับสิทธิใช้จ่ายเข้าแอพฯ “เป๋าตัง” อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ วงเงินรวม 18,500 ล้านบาท และให้ใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.2564

สัปดาห์แรก วันจันทร์ที่ 24 พ.ค.2564 จำนวน 1,000 บาท
สัปดาห์ที่สอง วันจันทร์ที่ 31 พ.ค.2564 จำนวน 1,000 บาท

เราชนะ ม.33

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิในมาตรการ ม.33 เรารักกัน สามารถเข้าไปเช็คสิทธิเงินเยียวยาได้ที่ www.ม33เรารักกัน.com และคลิกเข้าไปที่ “ตรวจสอบสถานะผู้ได้รับสิทธิ” จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ-นามสกุล รวมถึงวันเดือนปีเกิด และคลิกที่ปุ่มตรวจสอบสถานะ หลังจากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลการจ่ายเงินเยียวยา

น้าค่อม

น้าค่อม เสียชีวิตแล้ว หลังเข้ารักษาตัวด้วยโรคโควิด-19

ช็อกแฟนๆ! ตลกคนดัง ‘น้าค่อม’ เสียชีวิตแล้ว หลังเข้ารักษาตัวด้วยโรคโควิด-19

เกาะติดข่าว กดติดตาม ChonburiSearch

เพิ่มเพื่อนไลน์

หลังจาก ‘น้าค่อม’ ค่อม ชวนชื่น-อาคม ปรีดากุล เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดไอซ์ ณพัชรินทร์ ลูกสาวของน้าค่อมแจ้งว่า ตลกคนดังได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 30 เมษายน

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 29 เมษายน ลูกสาว ได้เผยอาการของ น้าค่อม ว่า อาการของคุณพ่ออยู่ในภาวะโคม่า อวัยวะหลายอย่างล้มเหลว รวมถึงการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะชีพจรกับความดัน ร่างกายไม่ตอบสนองต่อยาที่ให้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ทางทีมแพทย์ได้ทำการช่วยเหลือทุกทางแล้ว ซึ่งการฟอกเลือดในตอนนี้ก็อาจจะไม่ช่วย ร่างกายมีเกล็ดเลือดต่ำ ยากดภูมิอื่นๆ ก็ให้ไม่ได้ เนื่องจากมีอาการติดเชื้อ อาจจะทำให้แย่กว่าเดิม

ล็อกดาวน์

บิ๊กตู่ สั่งเตรียมการ ถกยกระดับคุมโควิด เล็งล็อกดาวน์ กทม.-เชียงใหม่-ประจวบฯ-ชลบุรี

บิ๊กตู่ สั่งเตรียมการ จ่อถกยกระดับคุมโควิด เล็งล็อกดาวน์ กทม.-เชียงใหม่-ประจวบฯ-ชลบุรี ลั่นไม่ให้กระทบประชาชนโดยรวม

เกาะติดข่าว กดติดตาม ChonburiSearch

เพิ่มเพื่อนไลน์

วันที่ 14 เม.ย.64 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) กล่าวว่า ตอนนี้ร่วมประชุมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทุกวัน กระทรวงสาธารณสุขทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์ยอดผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น แต่กระทรวงสาธารณสุขยังยืนยันสามารถคุมสถานการณ์ได้

เมื่อถามถึงการยกระดับมาตรการหลังจากนี้ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า มาตรการที่ ศบค.ใช้อยู่มี 3 มิติ คือ มิติพื้นที่ ที่ต้องเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อสูง มิติกิจการใดที่เสี่ยง และมิติกิจกรรมใดที่เสี่ยง ตอนนี้เราเฝ้าระวังรายพื้นที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขยืนยันสามารถควบคุมได้

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เตรียมการ หากมีความจำเป็นต้องยกระดับจะทำอย่างไร ซึ่งทีมงาน ศบค.เตรียมการไว้แล้ว เช่น การยกระดับพื้นที่กลับขึ้นมา เช่น พื้นที่เขียว มาเป็นพื้นที่เหลือง พื้นที่เหลือง เป็นพื้นที่ส้ม พื้นที่ส้ม เป็นพื้นที่แดง แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้กระทบกับประชาชนโดยรวม จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ปัญหารายพื้นที่และกิจกรรม

ประยุทธ์

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงมาตรการล็อกดาวน์ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ในที่ประชุมได้หารือกัน ที่อาจต้องใช้มาตรการบางพื้นที่ มีพื้นที่กทม.-ปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ บางจังหวัดของภาคตะวันออก เช่น ชลบุรีและพัทยา โดยต้องฟังจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังจากที่มีข่าวว่าจะมีการประชุม ศบค.ชุดเล็ก เพื่อพูดคุยหารือกับ กระทรวงสาธารณสุข และส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ขณะนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงถึง 1,335 คนต่อวันแล้ว และอาจพิจารณาให้มีการยกระดับมาตรการป้องกัน ถึงอาจต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ตามที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ให้เตรียมพิจารณานั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในวันศุกร์ที่ 16 เม.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) โดยจะเป็นการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

agoda


อ่านเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจเพิ่มเติม
หาดนางรำ-หาดนางรอง ทะเลสวยที่สัตหีบ วันเดียวก็เที่ยวได้
ที่พักบางแสน ติดทะเล บรรยากาศดีนอนชมทะเลฟินๆ
9 ที่พักพัทยา ติดทะเล วิวสวย บรรยากาศดีสุดโรแมนติก
เกาะขาม สัตหีบ เกาะสวยน้ำใสใกล้เมืองกรุง วันเดียวก็เที่ยวได้

กักตัวโควิด19

ศบค.มท. ประกาศชื่อ 38 จังหวัด ผู้เดินทางมาจากนอกพื้นที่ต้องกักตัว

เช็กด่วน! ศบค.มท. ประกาศล่าสุด 38 จังหวัดต้องกักตัว สำหรับผู้ที่ประสงค์เดินทางเข้าพื้นที่

วันที่ 11 เม.ย. 2564 เวลา 14:00 น.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) รายงาน จังหวัดที่มีคำสั่ง ประกาศ ให้มีการกักกันตัวผู้ที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่ รวม 38 จังหวัด ได้แก่

ภาคเหนือ 12 จังหวัด
กำแพงเพชร เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา เพชรบูรณ์ แพร่ ลำพูน อุทัยธานี นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จังหวัด
ชัยภูมิ นครพนม บึงกาฬ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี และนครราชสีมา

ภาคกลาง/ภาคตะวันออก/ภาคตะวันตก 5 จังหวัด
ชัยนาท สระบุรี สิงห์บุรี สระแก้ว และลพบุรี

ภาคใต้ 7 จังหวัด
ชุมพร ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พังงา สงขลา สตูล

กักตัวโควิด-19

อย่างไรก็ตาม การกักกันตัวเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละจังหวัด ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) www.moicovid.com

agoda


อ่านเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจเพิ่มเติม
หาดนางรำ-หาดนางรอง ทะเลสวยที่สัตหีบ วันเดียวก็เที่ยวได้
ที่พักบางแสน ติดทะเล บรรยากาศดีนอนชมทะเลฟินๆ
9 ที่พักพัทยา ติดทะเล วิวสวย บรรยากาศดีสุดโรแมนติก
เกาะขาม สัตหีบ เกาะสวยน้ำใสใกล้เมืองกรุง วันเดียวก็เที่ยวได้

โควิด

สธ. ชง 5 จังหวัดพื้นที่สีแดงรวม กทม. ผับบาร์-ร้านอาหาร ปิด 3 ทุ่ม งดขายเหล้า

สธ. เผยมติเตรียมเสนอ ศบค.ชุดเล็ก ปรับ “กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม” เป็นพื้นที่สีแดง ผับบาร์-ร้านอาหาร ปิด 3 ทุ่ม งดขายแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ เหตุโควิดสถานบันเทิงยังระบาด

เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 5 เม.ย. 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงด่วนที่กระทรวงสาธารณสุข ถึงข้อเสนอปรับมาตรการช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลังจากมีการระบาดของโควิด-19 คลัสเตอร์สถานบันเทิง ว่า ขณะนี้สถานการณ์แนวโน้มสูงขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาพอสมควร อีกทั้งนักเที่ยว พนักงาน นักดนตรี มีการเดินทางไปหลายจังหวัด มาตรการต้องมีความเข้มข้นมากขึ้น มาตรการเพิ่มเติมจากคณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์ปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข มีมติเป็นดังนี้

1. มอบกรมควบคุมโรคปรับปรุงการกำหนดเขตพื้นที่ (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด/พื้นที่ควบคุมสูงสุด/พื้นที่ควบคุม/พื้นที่เฝ้าระวังสูง/พื้นที่เฝ้าระวัง) สถานการณ์ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ประกอบการดำเนินงานตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ให้ตรงกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน

2. ให้ อสม. ในจังหวัดปลายทางติดตามผู้ที่เดินทางมาจากพื้นเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มสถานบันเทิง จากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้ซักถามว่ามีการไปเที่ยวสถานบันเทิงมาหรือไม่ เพื่อที่จะแนะนำไปตรวจหาเชื้อ และเฝ้าระวัง ควบคุมโรค ตามมาตรการที่กำหนด พร้อมย้ำว่าไม่ห้ามเดินทาง ไม่เน้นย้ำเรื่องกักตัว แต่เน้นย้ำเรื่องการทำความเข้าใจ พร้อมขอให้ฟังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประกาศเพิ่มเติม

3. มอบกรมควบคุมโรคดำเนินการวางแผนเฝ้าระวังในจังหวัดเสี่ยง เน้นพื้นที่ที่มีสถานบันเทิง ผับ บาร์ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องคัดกรองตามมาตรการต่างๆ ให้ครบถ้วน ซึ่งในกรุงเทพมหานครมีสถานบันเทิง 1,000 กว่าแห่ง

4. ให้ทุกจังหวัดตั้งรับเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้ อสม. เคาะประตูบ้าน เป็นมาตรการที่เราเคยใช้ได้ผลควบคุมการระบาดครั้งที่แล้ว เนื่องจาก อสม.มีความเข้มแข็งมาก

5. ให้โรงพยาบาลทุกแห่ง เมื่อมีคนไข้ที่ต้องสงสัยมาให้ซักประวัติหากมีความเสี่ยงให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันที โดยเฉพาะประวัติเที่ยวสถานบันเทิง

6. สั่งการสถาบันบำราศนราดูร และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เปิดให้บริการตรวจประชาชนทุกวันไม่เว้นวันหยุด ให้ผู้มีความสงสัยต้องการตรวจหาเชื้อโควิด-19

7. ให้ทุกจังหวัดพิจารณานำวัคซีนเพื่อการควบคุมโรค ตามคำแนะนำคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม

นอกจากนี้ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีทั้งปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณาจารย์อาวุโส ร่วมประชุม โดยนำมติของคณะกรรมการด้านวิชาการ มาพิจารณา มีมติที่จะนำเสนอ ศบค.ชุดเล็กพิจารณาต่อไป โดนการบังคับใช้ต้องรอมติจาก ศบค. โดยมีการกำหนดปรับพื้นที่สีจังหวัดกลับมามีสีแดง หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด อีกครั้ง

พื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัด
กรุงเทพฯ
ปทุมธานี
นนทบุรี
สมุทรปราการ
นครปฐม

พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 9 จังหวัด
สมุทรสาคร
สมุทรสงคราม
ชุมพร
ตาก
ราชบุรี
ชลบุรี
สุพรรณบุรี
นราธิวาส
กาญจนบุรี

พื้นที่เฝ้าระวังสูง 10 จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา
สระบุรี
นครนายก
ฉะเชิงเทรา
เพชรบุรี
ระนอง
ระยอง
สงขลา
ยะลา
ขอนแก่น

พื้นที่เฝ้าระวัง จังหวัดอื่นๆ 53 จังหวัด

สำหรับมาตรการพื้นที่สีแดง 5 จังหวัดพื้นที่สีแดง ร้านอาหาร และสถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. และงดจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน เนื่องจากความเสี่ยงขณะนี้อยู่ที่สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ รวมถึงการดื่มสุรา จึงต้องมีมาตรการเข้มงวด นอกจากนี้ ที่ประชุมของกระทรวงสาธารณสุข มีมติจะนำเรื่องนี้เสนอต่อ ศบค.ชุดเล็ก เพื่อให้มีการบังคับทางการกฎหมาย โดยจะเสนอให้คงมาตรการนี้เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์แล้วจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม นายแพทย์โอกาส ระบุทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือของประชาชนมีความสำคัญมาก สงกรานต์ปีนี้อาจจะไม่สนุกเหมือนที่ผ่านมา ขอให้เว้นระยะห่าง งดเว้นการสาดน้ำและกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก

ด่านตรวจ

“ด่านคืนชีพ” ทั่วประเทศ เริ่ม 1 เม.ย.นี้ ย้ำโปร่งใส ตรวจสอบได้

ตำรวจพร้อมคืนชีพด่าน ทั่วประเทศเริ่ม 1 เม.ย.นี้ ย้ำ โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมวางแผนรับมือสงกรานต์ คาดปีนี้มีประชาชนออกต่างจังหวัดจำนวนมาก

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ภายหลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งอยดสุข ผบ.ตร. ได้ออกคำสั่งไป เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 โดยให้ทุกพื้นที่รับทราบมาตรการของ ตร. ซึ่งให้มีการตั้งด่านได้ แต่ต้องมีความพร้อมตามมาตรฐานที่ ตร.กำหนด

คือ มีความโปร่งใส เป็นมาตรฐานโดยประชาชน สามารถตรวจสอบได้โดยใช้เทคโนโลยี เช่นการใช้กล้อง cctv เคลื่อนไหวได้ที่จะต้องมีประจำตัวเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจ และด่านต่างๆ เช่น ด่านกวดขันวินัยจราจร ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ด่านตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ด่านอาชญกรรม ฯลฯ โดยจะต้องมีมาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ ได้มีการทำฐานข้อมูล TPCC (Traffic Police Checkpoint Control) เพื่อกำหนดจุดตั้งด่าน ลงรายชื่อผู้ปฏิบัติในด่านต่างๆ ลงในแผนที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่ในจุดใดบ้าง มีการซ้ำซ้อนกันหรือไม่ หรือได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการหรือไม่

อีกทั้งการตั้งด่านจะต้องมีเหตุผลในการตั้ง เช่น บริเวณจุดตั้งด่านมีอาชญากรรมสูง, มีการขับรถเร็ว, เป็นทางผ่านขนยาเสพติด หรือมีสถานบริการอยู่จำนวนมาก ที่ต้องตั้งเพื่อป้องปราบผู้ที่เมาแล้วขับ ยกเว้นกรณีเดียวที่ไม่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการในกรณีฉุกเฉิน คือ การสกัดจับคนร้าย

ตำรวจ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวก ด้านการจราจรประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า ปีนี้รัฐบาลกำหนด วันที่ 10-16 เมษายน เป็นช่วง 7 วันอันตราย ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะเดินทางออกนอกกรุงเทพมหานคร ประมาณวันที่ 9-10 เมษายน และทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 15-18 เมษายน

โดยคาดการณ์ว่า ปริมาณผู้เดินทางออกต่างจังหวัด จะใกล้เคียงกับสงกรานต์ ปี 2562 เบื้องต้น จึงได้เตรียมการเรื่องเส้นทางต่างๆ ช่วงมอเตอร์เวย์ ตั้งแต่ลำตะคองถึงสีคิ้ว โดยจะมีการเปิดใช้เส้นทางเพิ่ม 2 ช่องทาง ตั้งแต่วันที่ 9-13 เมษายน และขากลับตั้งแต่ วันที่ 14-19 เมษายน เชื่อว่าจะแบ่งเบาการจราจรไปทางถนนมิตรภาพได้เยอะพอสมควร และจะทำให้การจราจรไม่ติดขัดจนเกินไป