กู้ซ้อบ้าน ออมสิน

ออมสิน ปล่อยกู้บ้าน ผ่อนต่ำ กู้ 1 ล้าน ผ่อนเดือนละ 10 บาท

ธนาคารออมสิน ออกผลิตภัณฑ์ช่วยผู้กู้ช่วงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ด้วยสินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ วงเงินโครงการ 25,000 ล้านบาท จ่ายค่างวดเพียง 10 บาทต่อเดือน ต่อวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ด้วยดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 0.010% ต่อปี

เมื่อวันที่ (25 พ.ย.62) นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมีสถาบันการเงินรองรับความต้องการสินเชื่อที่ช่วยให้การกู้เงินเป็นเรื่องง่าย ธนาคารฯ จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ สินเชื่อบ้าน คือ สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ สอดคล้องกับความต้องการมีที่อยู่อาศัยในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะช่วงปลายปี ทั้งซื้ออยู่อาศัยใหม่ ปลูกสร้างบ้านบนที่ดิน ต่อเติม ซ่อมแซม หรือต้องการรีไฟแนนซ์ โดยได้เตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ 25,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถแจ้งความจำนงได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

กู้ซื้อบ้าน

โดยเงื่อนไขการให้สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท ธนาคารออมสินกำหนดให้กู้ตามความสามารถชำระหนี้ของลูกค้าแต่ละราย โดยไม่จำกัดวงเงินกู้สูงสุด คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 0.010% ปีที่ 2-3 เท่ากับ 4.350% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR-0.50% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารฯ ปัจจุบัน = 6.745% ต่อปี) คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี = 2.903% โดยวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 20 ปี ในปีแรกคิดเป็นเงินงวดผ่อนชำระ 10 บาทต่อเดือน ปีที่ 2-3 ผ่อนชำระ 3,700 บาทต่อเดือน และปีที่ 4 เป็นต้นไป ผ่อนชำระ 8,300 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ยังได้รับการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งให้ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์จาก 2.00% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนองจาก 1.00% เหลือ 0.01% อีกด้วย

ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวต่อว่า ธนาคารฯ ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สามารถผ่อนชำระได้สูงสุดถึง 40 ปี โดยลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระได้ยาวนานขึ้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ให้มากที่สุด ขณะที่สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำฯ ได้คิดคำนวณเงินงวดให้ผ่อนสบาย ๆ ในช่วงภาวะที่เศรษฐกิจปัจจุบัน เพื่อให้แบ่งเงินนำไปเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงเก็บออมไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้

มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด

ความคืบหน้ามอเตอร์เวย์ สายพัทยา – มาบตาพุด เตรียมเปิดใช้ ก.ค.63

กรมทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเผย ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายพัทยา – มาบตาพุด งานโยธาแล้วเสร็จตลอดสาย เหลือแค่ส่วนต่อขยายโครงการอนาคต ซึ่งไม่มีผลกับการเปิดใช้เส้นทาง งานระบบกำลังก่อสร้าง ด่านอู่ตะเภา ด่านเขาชีโอน ด่านห้วยใหญ่ โดยจะเร่งด่านอู่ตะเภาให้แล้วเสร็จก่อนทุกด่าน เพื่อเตรียมเปิดใช้ ก.ค.63

ทั้งนี้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นเส้นทางสายหลักที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งในภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว ด้วยแนวเส้นทางที่สามารถรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าในภาคตะวันออกไปยังทั่วทุกภูมิภาค เชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการขนส่งทางรถไฟ และการขนส่งทางอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน

ทางหลวงหมายเลข 7 สายพัทยา-มาบตาพุด เป็นการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ ผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด มีจุดเริ่มต้นที่ กม.2+300 เชื่อมกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ผ่านอำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สิ้นสุดที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง บริเวณ กม.34+400 ระยะทางรวม 32 กม. ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 14,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณจากกองทุนเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางของทางหลวงพิเศษสำหรับงานก่อสร้างในส่วนงานโยธา

มีพระบรมราชโองการ ประกาศ นโยบาย และ แผนระดับชาติ ว่าด้วย “ความมั่นคง”

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕)
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศเรื่อง นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2562-2565) พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า โดยที่คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบให้ประกาศใช้นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2562-2565 ) ตามบทบัญญัติมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2559

เพื่อเป็นแผนหลักของชาติที่เป็นกรอบทิศทางการดำเนินการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามเพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีสาระสำคัญตามที่แนบท้ายนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ใช้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) ตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2565

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2562
เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ในแผนดังกล่าว ยังแนบหลักการด้วยเหตุผล โดยระบุว่า ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๒ บัญญัติให้รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน

เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กำลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนา ประเทศด้วยกอปรกับพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๓ บัญญัติให้คณะรัฐมนตรี จัดให้มีนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติขึ้นตามข้อเสนอแนะของสภาความมั่นคงแห่งชาติ

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจึงจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ
การจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติเป็นไปตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ที่บัญญัติให้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ

ต้องมีสาระที่ครอบคลุมถึงนโยบายภายในประเทศ นโยบายต่างประเทศ และนโยบายการทหารกับการเศรษฐกิจและอื่นๆ อันเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติให้สอดคล้องต้องกัน เพื่อให้กิจการของหน่วยงานของรัฐสามารถประสานกันได้ อย่างใกล้ชิดเป็นผลดีต่อความมั่นคงแห่งชาติ และอย่างน้อยต้องกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินการในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติในเรื่อง

๑) การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
๒) การปกป้องและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ
๓) การพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติและศักยภาพการป้องกันประเทศ
๔) การรักษาความมั่นคงภายในประเทศและระหว่างประเทศ

อีกทั้งการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เป็นไปตาม มาตรา ๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่บัญญัติให้การกำหนด นโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และแผนอื่นใด รวมตลอดทั้ง การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

ทั้งนี้ เมื่อมีพระบรมราชโองการประกาศให้ใช้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติแล้ว ให้คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐใช้เป็นกรอบหรือแนวทางหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการจัดท าแผนการบริหารราชการแผ่นดิน แผนนิติบัญญัติ

การกำหนดยุทธศาสตร์หรือแผนด้านความมั่นคงเฉพาะเรื่อง แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ แผนบริหารวิกฤตการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ หรือ กำหนดแผนงานหรือโครงการที่เกี่ยวกับนโยบาย และ แผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ หรือ การปฏิบัติอื่นใดให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วย ความมั่นคงแห่งชาติต่อไป

คลิกอ่านประกาศฉบับเต็มที่นี่


ที่มา: https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_3078536

หฎหมายทวงหนี้

“ประกาศห้ามทวงหนี้เกิน 1 ครั้งต่อวัน” ชี้ บังคับใช้ 21 พ.ย. นี้

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เซ็นประกาศ ให้ทวงถามหนี้ได้ ไม่เกินหนึ่งครั้งต่อหนึ่งวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. กฎหมายนี้จะบังคับใช้ 21 พ.ย. 62 เป็นต้นไป

2. การทวงหนี้ หมายถึงการทวงหนี้ตาม พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 เท่านั้น ไม่รวมถึงการทวงหนี้ทั่วไป

3. ผู้ทวงถามหนี้ตามกฎหมายนี้ หมายถึงเจ้าหนี้ผู้ให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติ หรือคนที่ซื้อหรือรับโอนหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ที่สำคัญ คือ หนี้นั้นจะเป็นหนี้โดยชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เข้าข่ายทั้งสิ้น

4. ตัวอย่างเจ้าหนี้ตามกฎหมายนี้ เช่น ธนาคาร บริษัทบัตรเดคริต บริษัทเช่าซื้อ เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ เป็นต้น

5. ถ้าเป็นกรณีเพื่อนยืมเงินเพื่อนแล้วไม่คืน ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายนี้นะครับพูดง่าย ๆ เราจะทวงเกินวันละ 1 ครั้งก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

6. ถ้าเจ้าหนี้ทวงเกินวันละหนึ่งครั้ง มีความผิดทางปกครอง คณะกรรมการทวงหนี้สามารถสั่งให้หยุดได้ ถ้าไม่หยุดก็อาจโดนโทษปรับทางปกครองสูงสุด 100,000 บาท

7. นอกจากห้ามทวงหนี้เกินวันละหนึ่งครั้งแล้ว พ.ร.บ. ยังกำหนดเรื่องการทวงหนี้ว่า
– ห้ามพูดจาดูหมิ่นลูกหนี้
– ห้ามข่มขู่ใช้ความรุนแรง
– ห้ามประจาน
– ทวงได้แค่ 8.00 – 20.00 วันจันทร์ – ศุกร์ ส่วนวันหยุดราชการทวงได้ตั้งแต่ 8.00 – 18.00 เท่านั้น

8. กฎหมายกำหนดเรื่องวิธีการทวงหนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นหนี้แล้วไม่ต้องใช้นะครับ เป็นหนี้ก็ยังต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมด

ที่มา: https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/109151

งานพลุ 2019

เทศกาลพลุสุดยิ่งใหญ่ของเมืองพัทยา Pattaya International Fireworks Festival วันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน 2562

กลับมาให้ตื่นตาตื่นใจอีกครั้งในปีนี้กับงานเทศกาลพลุสุดยิ่งใหญ่ของเมืองพัทยา Pattaya International Fireworks Festival วันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน 2562 บริเวณชายหาดพัทยา ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามอลังการของพลุที่ยิ่งใหญ่ได้ตลอดแนวชายหาดพัทยา พร้อมคอนเสิร์ตสุดมันส์จากศิลปินมากมาย

จองโรงแรม agoda

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2562
เวลา 17.30 น. กิจกรรมความบันเทิงต่างๆ บนถนนสายชายหาดพัทยา
เวลา 18.30 น. ขบวนรถคานิวัล ขบวนพาเหรด ขบวนมาร์ชชิ่งแบนด์
เวลา 19.30 น. พิธีเปิดงานเทศกาลพลุนานาชาติ Pattaya International Fireworks Festival 2019
เวลา 20.00 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 1 ประเทศไทย
เวลา 20.15 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 2 ประเทศอาร์เจนติน่า
เวลา 20.30 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 3 ประเทศแคนาดา
เวลา 20.45 น. การแสดงคอนเสิร์ต ช่วงที่ 1 (Sweet Mullet)
เวลา 21.50 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 4 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เวลา 22.05 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 5 ประเทศเยอรมัน
เวลา 22.20 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 6 ประเทศฟิลิปปินส์
เวลา 22.35 น. การแสดงคอนเสิร์ต ช่วงที่ 2 (Musketeers)

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562
เวลา 17.30 น. กิจกรรมความบันเทิงต่างๆ บนถนนสายชายหาดพัทยา
เวลา 18.30 น. ขบวนรถคานิวัล ขบวนพาเหรด ขบวนมาร์ชชิ่งแบนด์
เวลา 19.30 น. เปิดงานเทศกาลพลุนานาชาติ Pattaya International Fireworks Festival 2019
เวลา 20.00 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 1 ประเทศอาร์เจนติน่า
เวลา 20.15 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 2 ประเทศแคนาดา
เวลา 20.30 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 3 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เวลา 20.45 น. การแสดงคอนเสิร์ต ช่วงที่ 1 (Yes’sir Days)
เวลา 21.50 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 4 ประเทศเยอรมัน
เวลา 22.05 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 5 ประเทศฟิลิปปินส์
เวลา 22.20 น. การแสดงพลุนานาชาติ รอบที่ 6 ประเทศฟิลิปปินส์
เวลา 22.35 น. การแสดงคอนเสิร์ต ช่วงที่ 2 (25 Hours)

จองโรงแรม agoda