โควิด

สธ. ชง 5 จังหวัดพื้นที่สีแดงรวม กทม. ผับบาร์-ร้านอาหาร ปิด 3 ทุ่ม งดขายเหล้า

สธ. เผยมติเตรียมเสนอ ศบค.ชุดเล็ก ปรับ “กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม” เป็นพื้นที่สีแดง ผับบาร์-ร้านอาหาร ปิด 3 ทุ่ม งดขายแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ เหตุโควิดสถานบันเทิงยังระบาด

เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 5 เม.ย. 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงด่วนที่กระทรวงสาธารณสุข ถึงข้อเสนอปรับมาตรการช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลังจากมีการระบาดของโควิด-19 คลัสเตอร์สถานบันเทิง ว่า ขณะนี้สถานการณ์แนวโน้มสูงขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาพอสมควร อีกทั้งนักเที่ยว พนักงาน นักดนตรี มีการเดินทางไปหลายจังหวัด มาตรการต้องมีความเข้มข้นมากขึ้น มาตรการเพิ่มเติมจากคณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์ปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข มีมติเป็นดังนี้

1. มอบกรมควบคุมโรคปรับปรุงการกำหนดเขตพื้นที่ (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด/พื้นที่ควบคุมสูงสุด/พื้นที่ควบคุม/พื้นที่เฝ้าระวังสูง/พื้นที่เฝ้าระวัง) สถานการณ์ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ประกอบการดำเนินงานตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ให้ตรงกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน

2. ให้ อสม. ในจังหวัดปลายทางติดตามผู้ที่เดินทางมาจากพื้นเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มสถานบันเทิง จากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้ซักถามว่ามีการไปเที่ยวสถานบันเทิงมาหรือไม่ เพื่อที่จะแนะนำไปตรวจหาเชื้อ และเฝ้าระวัง ควบคุมโรค ตามมาตรการที่กำหนด พร้อมย้ำว่าไม่ห้ามเดินทาง ไม่เน้นย้ำเรื่องกักตัว แต่เน้นย้ำเรื่องการทำความเข้าใจ พร้อมขอให้ฟังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประกาศเพิ่มเติม

3. มอบกรมควบคุมโรคดำเนินการวางแผนเฝ้าระวังในจังหวัดเสี่ยง เน้นพื้นที่ที่มีสถานบันเทิง ผับ บาร์ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องคัดกรองตามมาตรการต่างๆ ให้ครบถ้วน ซึ่งในกรุงเทพมหานครมีสถานบันเทิง 1,000 กว่าแห่ง

4. ให้ทุกจังหวัดตั้งรับเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้ อสม. เคาะประตูบ้าน เป็นมาตรการที่เราเคยใช้ได้ผลควบคุมการระบาดครั้งที่แล้ว เนื่องจาก อสม.มีความเข้มแข็งมาก

5. ให้โรงพยาบาลทุกแห่ง เมื่อมีคนไข้ที่ต้องสงสัยมาให้ซักประวัติหากมีความเสี่ยงให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันที โดยเฉพาะประวัติเที่ยวสถานบันเทิง

6. สั่งการสถาบันบำราศนราดูร และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เปิดให้บริการตรวจประชาชนทุกวันไม่เว้นวันหยุด ให้ผู้มีความสงสัยต้องการตรวจหาเชื้อโควิด-19

7. ให้ทุกจังหวัดพิจารณานำวัคซีนเพื่อการควบคุมโรค ตามคำแนะนำคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม

นอกจากนี้ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีทั้งปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณาจารย์อาวุโส ร่วมประชุม โดยนำมติของคณะกรรมการด้านวิชาการ มาพิจารณา มีมติที่จะนำเสนอ ศบค.ชุดเล็กพิจารณาต่อไป โดนการบังคับใช้ต้องรอมติจาก ศบค. โดยมีการกำหนดปรับพื้นที่สีจังหวัดกลับมามีสีแดง หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด อีกครั้ง

พื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัด
กรุงเทพฯ
ปทุมธานี
นนทบุรี
สมุทรปราการ
นครปฐม

พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 9 จังหวัด
สมุทรสาคร
สมุทรสงคราม
ชุมพร
ตาก
ราชบุรี
ชลบุรี
สุพรรณบุรี
นราธิวาส
กาญจนบุรี

พื้นที่เฝ้าระวังสูง 10 จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา
สระบุรี
นครนายก
ฉะเชิงเทรา
เพชรบุรี
ระนอง
ระยอง
สงขลา
ยะลา
ขอนแก่น

พื้นที่เฝ้าระวัง จังหวัดอื่นๆ 53 จังหวัด

สำหรับมาตรการพื้นที่สีแดง 5 จังหวัดพื้นที่สีแดง ร้านอาหาร และสถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. และงดจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน เนื่องจากความเสี่ยงขณะนี้อยู่ที่สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ รวมถึงการดื่มสุรา จึงต้องมีมาตรการเข้มงวด นอกจากนี้ ที่ประชุมของกระทรวงสาธารณสุข มีมติจะนำเรื่องนี้เสนอต่อ ศบค.ชุดเล็ก เพื่อให้มีการบังคับทางการกฎหมาย โดยจะเสนอให้คงมาตรการนี้เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์แล้วจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม นายแพทย์โอกาส ระบุทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือของประชาชนมีความสำคัญมาก สงกรานต์ปีนี้อาจจะไม่สนุกเหมือนที่ผ่านมา ขอให้เว้นระยะห่าง งดเว้นการสาดน้ำและกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก

ด่านตรวจ

“ด่านคืนชีพ” ทั่วประเทศ เริ่ม 1 เม.ย.นี้ ย้ำโปร่งใส ตรวจสอบได้

ตำรวจพร้อมคืนชีพด่าน ทั่วประเทศเริ่ม 1 เม.ย.นี้ ย้ำ โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมวางแผนรับมือสงกรานต์ คาดปีนี้มีประชาชนออกต่างจังหวัดจำนวนมาก

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ภายหลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งอยดสุข ผบ.ตร. ได้ออกคำสั่งไป เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 โดยให้ทุกพื้นที่รับทราบมาตรการของ ตร. ซึ่งให้มีการตั้งด่านได้ แต่ต้องมีความพร้อมตามมาตรฐานที่ ตร.กำหนด

คือ มีความโปร่งใส เป็นมาตรฐานโดยประชาชน สามารถตรวจสอบได้โดยใช้เทคโนโลยี เช่นการใช้กล้อง cctv เคลื่อนไหวได้ที่จะต้องมีประจำตัวเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจ และด่านต่างๆ เช่น ด่านกวดขันวินัยจราจร ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ด่านตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ด่านอาชญกรรม ฯลฯ โดยจะต้องมีมาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ ได้มีการทำฐานข้อมูล TPCC (Traffic Police Checkpoint Control) เพื่อกำหนดจุดตั้งด่าน ลงรายชื่อผู้ปฏิบัติในด่านต่างๆ ลงในแผนที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่ในจุดใดบ้าง มีการซ้ำซ้อนกันหรือไม่ หรือได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการหรือไม่

อีกทั้งการตั้งด่านจะต้องมีเหตุผลในการตั้ง เช่น บริเวณจุดตั้งด่านมีอาชญากรรมสูง, มีการขับรถเร็ว, เป็นทางผ่านขนยาเสพติด หรือมีสถานบริการอยู่จำนวนมาก ที่ต้องตั้งเพื่อป้องปราบผู้ที่เมาแล้วขับ ยกเว้นกรณีเดียวที่ไม่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการในกรณีฉุกเฉิน คือ การสกัดจับคนร้าย

ตำรวจ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวก ด้านการจราจรประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า ปีนี้รัฐบาลกำหนด วันที่ 10-16 เมษายน เป็นช่วง 7 วันอันตราย ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะเดินทางออกนอกกรุงเทพมหานคร ประมาณวันที่ 9-10 เมษายน และทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 15-18 เมษายน

โดยคาดการณ์ว่า ปริมาณผู้เดินทางออกต่างจังหวัด จะใกล้เคียงกับสงกรานต์ ปี 2562 เบื้องต้น จึงได้เตรียมการเรื่องเส้นทางต่างๆ ช่วงมอเตอร์เวย์ ตั้งแต่ลำตะคองถึงสีคิ้ว โดยจะมีการเปิดใช้เส้นทางเพิ่ม 2 ช่องทาง ตั้งแต่วันที่ 9-13 เมษายน และขากลับตั้งแต่ วันที่ 14-19 เมษายน เชื่อว่าจะแบ่งเบาการจราจรไปทางถนนมิตรภาพได้เยอะพอสมควร และจะทำให้การจราจรไม่ติดขัดจนเกินไป

เลิกใช้กล่องโหม

ครม.ไฟเขียว แบนพลาสติก 4 ชนิด ‘ถุงหิ้ว-โฟม-แก้ว-หลอด’ แบบเด็ดขาดในปี 2565

ครม.มีมติอนุมัติแผนลด-เลิกผลิตขยะพลาสติก ประกาศห้ามใช้ “พลาสติก 4 ชนิด” ถุงหิ้ว โฟม แก้ว หลอด พลาสติก แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในปี 2565 พร้อมขีดเส้นพลาสติก 7 ชนิดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ไม่ต่ำกว่า 50% ในปี 2565
วันที่ 15 ก.พ.64 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอดังนี้

1. เห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 – 2565) [(ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ] เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งดำเนินการ ภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573

2. มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตาม (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ

โดยเพื่อเป็นกรอบและแนวทางการดำเนินงานร่วมกันจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่สำคัญและต้องเร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในช่วง 3 ปีแรก (ปี พ.ศ. 2563 – 2565) ก้าวสู่การจัดการพลาสติกที่ยั่งยืน ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน (Moving Towards Sustainable Plastic Management by Circular Economy) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ แผนการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 1 ระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2565 เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกรวมถึงการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ มีรายละเอียดดังนี้

1) ยกเลิกการใช้พลาสติก 4 ประเภท แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในปี 2565

คณะรัฐมนตรี มีมติให้มีการ ลด-เลิกใช้พลาสติกโดยใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แบบ “ร้อยเปอร์เซ็นต์” หรือหมายถึงการยกเลิกใช้อย่างสิ้นเชิง ภายในปี 2565 สำหรับพลาสติก 4 ประเภทดังนี้

X ถุงพลาสติกหูหิ้ว แบบบาง ถุงพลาสติกหูหิ้ว ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน
X กล่องโฟมบรรจุอาหาร กล่องโฟมบรรจุอาหาร ไม่รวมถึงโฟมที่ใช้กันกระแทกในภาคอุตสาหกรรม
X แก้วพลาสติกบาง แก้วพลาสติก ความหนาน้อยกว่า 100 ไมครอน
X หลอดพลาสติก ยกเว้นการใช้กรณีจำเป็น ได้แก่ การใช้ในเด็ก คนชรา ผู้ป่วย เป็นต้น

2) นำพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยนำพลาสติกกลับไปใช้ใหม่ ไม่น้อยกว่า 50% ในปี 2565

ประกอบด้วย

X ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบหนา
X บรรจุภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียว
X ขวดพลาสติกทุกชนิด
X ฝาขวด
X แก้วพลาสติก
X ถาด และกล่องอาหาร
X ช้อน ส้อม มีดพลาสติก

โดยในปีฐาน พ.ศ. 2562 รวมการใช้พลาสติก 7 ประเภทอยู่ที่ 1,341,668 ตัน เป้าหมายนำกลับไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 50 หรืออยู่ที่ 670,834 ตัน

กล่องโหม

มาตรการ มีรายละเอียดดังนี้

1. มาตรการลดการเกิดขยะพลาสติก ณ แหล่งกำเนิด โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการป้องกันและควบคุมการเกิดของเสียตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต โดยการออกแบบ/ผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-design) ลดปริมาณสารพิษในผลิตภัณฑ์ เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการ รับผิดชอบของเสียที่เกิดจากสินค้าของตนเอง ผลักดันให้มีการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ การพัฒนาระบบฉลากสิ่งแวดล้อม การพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพลาสติก และมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลพลาสติกให้เป็นมาตรฐานเดียวกันที่สามารถเชื่อมโยงทั้งประเทศ

2. มาตรการลด เลิกใช้พลาสติก ณ ขั้นตอนการบริโภค โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืน โดยเสริมสร้างจิตสำนึกของประชาชนในการบริโภคที่เหมาะสม โดยเฉพาะการลด เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (SUP) ที่มีผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม และไม่สามารถนำกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

3. มาตรการจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ส่งเสริมให้ประชาชนลด และคัดแยกขยะ ส่งเสริมให้มีการนำขยะพลาสติกมาผลิตเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel : RDF) การส่งเสริมให้อุตสาหกรรมบางประเภทต้องใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลพลาสติก และจัดหาเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ตามแผนการดังกล่าว คาดว่า จะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกได้ 780,000 ล้านตัน / ปี และลดงบประมาณการกำจัดขยะมูลฝอย 3900 ล้านบาท/ปี รวมถึงประยัดพื้นที่ฝังกลบ และกำจัดขยะมูลฝอยพลาสติก 2,500 ไร่ และลดปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจก เทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ 1.2 ล้านตัน

agoda

วันไหลบางแสน

งดอีกปี! วันไหลบางแสน 2564 รอโควิด-19 คลี่คลาย

เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี ประกาศยุติโครงการจัดงานประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน ประจําปี 2564 หวั่นความเสี่ยงแพร่ระบาดโควิด

เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่จังหวัดชลบุรียังได้ตรวจพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง เทศบาลเมืองแสนสุข ได้ตระหนักและวิตกกังวล ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นั้น ในการดําเนินโครงการจัดงานประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสนประจําปี พ.ศ. 2564 โดยมีลักษณะการดําเนินกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจํานวนมาก และมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยคํานึงถึงความเสี่ยงต่อสาธารณชนโดยรวมต่อการแพร่ระบาดของโรคเป็นสําคัญ เทศบาลเมืองแสนสุข จึงขอประกาศยุติโครงการจัดงานประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน ประจําปี พ.ศ. 2564

ดังนั้น เพื่อเป็นการไม่ประมาทและไม่เสี่ยงต่อการรวมตัวของคนจำนวนมหาศาลจึงของดจัดงานดังกล่าว ทั้งนี้ เทศบาลเมืองแสนสุขจะพิจารณาจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอื่นทดแทนหากสถานการณ์ดีขึ้นต่อไป

agoda

ปิดทองฝังลูกนิมิต

งานปิดทองฝังลูกนิมิต 2564 ภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี

เป็นประจำทุกปีสำหรับงาน ปิดทองฝังลูกนิมิต ในปี 2564 ทั่วทั้งภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี ซึ่งในปี 2564 นี้มีวัดมากมายที่จัดงาน ปิดทองฝังลูกนิมิต ทาง ChonburiSearch ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการทำบุญ ปิดทอง และเที่ยวงานวัด มีที่ไหนบ้างไปดูกัน

ปิดทองฝังลูกนิมิต ชลบุรี

วัดหนองงูเหลือม
อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี
🗓11 – 18 กุมภาพันธ์ 2564

ปิดทองฝังลูกนิมิต ระยอง

วัดกลางกร่ำ
ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง
🗓13 – 21 กุมภาพันธ์ 2564
🗺https://goo.gl/maps/tR2cvL95dDHpQAfUA

วัดสันติวัน
ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง
🗓 13 – 21 กุมภาพันธ์ 2564
🗺 https://goo.gl/maps/4223YXztJn5HvvDo9

วัดเนินสุข(ละโอก)
ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง
🗓13 – 21 กุมภาพันธ์ 2564
🗺https://goo.gl/maps/ziCJHDLoDqKBdmYB7

วัดห้วงหิน
ถนนสายบ้านค่าย ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
🗓 13 – 21 กุมภาพันธ์ 2564
🗺 https://goo.gl/maps/aCPhNiHyjc6PTnHB9

ปิดทองฝังลูกนิมิต ระยอง

วัดตะพง
📍 ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
🗓 11 – 21 กุมภาพันธ์ 2564
🗺 https://goo.gl/maps/GTGxdrwepbijUcic9

วัดเขาแหลมสิงห์
📍 ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี
🗓 11 – 22 กุมภาพันธ์ 2564
🗺 https://goo.gl/maps/CGNCVcS4NdMa9fAE8

ปิดทองฝังลูกนิมิต ฉะเชิงเทรา

วัดหนองยางโพธาราม
📍 ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา
🗓 6 – 15 กุมภาพันธ์ 2564
🗺 https://goo.gl/maps/mRMyq3h7SBxpvX5W6

ปิดทองฝังลูกนิมิต สระแก้ว

วัดเขาจาน
📍 ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
🗓 6 – 14 กุมภาพันธ์ 2564
🗺 https://goo.gl/maps/9iphs1RC93kQeeCA6

วัดซับเม็ก
📍 ต.หนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
🗓 11 – 20 กุมภาพันธ์ 2564
🗺 https://goo.gl/maps/5LfbEEBJAUpnm5d28

ปิดทองฝังลูกนิมิต ปราจีนบุรี

วัดคลองเฆ่
📍 ต.บางเตย อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
🗓 11- 20 กุมภาพันธ์ 2564
🗺 https://goo.gl/maps/iZ1Wgp1YesNS1AyX8


อ่านเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ที่พักบางแสน ติดทะเล บรรยากาศดีนอนชมทะเลฟินๆ
9 ที่พักพัทยา ติดทะเล วิวสวย บรรยากาศดีสุดโรแมนติก
เกาะขาม สัตหีบ เกาะสวยน้ำใสใกล้เมืองกรุง วันเดียวก็เที่ยวได้
agoda

covid-19

เช็กเลย จังหวัดไหนบ้าง “ประกาศล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยง” หลังโควิด-19 ระบาด

จังหวัดสมุทรสาคร

ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2563 – 3 มกราคม 2564

โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมโรคดังนี้

1. ห้ามเข้าออกพื้นที่โดยเด็ดขาด (ตลาดกลางกุ้ง – หอพักศรีเมือง)

2. ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ถึง 3 มกราคม 2564) สนามกีฬา สนามมวย สถานศึกษาทุกประเภท สถาบันกวดวิชา โรงเรียนสอนกีฬา สถานที่รับเลี้ยงเด็ก ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

3.ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม เปิดบริการได้เฉพาะซื้อกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น ยกเว้น โรงพยาบาล และ โรงแรม

4. ร้านสะดวกซื้อ ห้ามแออัด กำหนดเวลาปิด 22.00 – 05.00 น.

5. ตลาดนัด ตลาดสด ขายได้วันละ 6 ชั่วโมง

6. งดออกจากบ้าน ตั้งแต่เวลา 22.00 – 05.00 น.- ห้ามคนต่างด้าวเข้าหรือมาในเขตจังหวัดโดยสิ้นเชิง

7. คนไทยสามารถออกไปพื้นที่ต่างๆ ที่ต้องการได้ แต่ให้แจ้ง จนท. ที่เกี่ยวข้อง แจ้งรายชื่อและจุดหมายปลายทาง

8. ตั้งด่านโดยรอบจังหวัด ตรวจบุคคลที่จะเข้าออกสมุทรสาคร

9. เลือกตั้ง อบจ. ในวันพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.) ไปใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ 08.00 – 17.00 น. จังหวัดมีความพร้อมด้านมาตรการสาธารณสุข พร้อมสวมหน้ากากอนามัยทุกคน


จังหวัดสมุทรสงคราม

สั่งปิดสถานที่เสี่ยงบางพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2563 – 4 มกราคม 2564

โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมโรคดังนี้

1. ปิดสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน และสถาบันกวดวิชา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนผู้สูงอายุ ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอำเภอพระประแดงของจังหวัดสมุทรปราการ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2564 และให้สถานศึกษาที่มีความเสี่ยง พิจารณาปิดโรงเรียนตามความเหมาะสมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

2. สถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะให้นั่งรับประทานอาหารอย่างเดียว งดเต้น และให้ถือปฏิบัติตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

3. ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชน งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชน หากประสงค์จัดงานต้องเสนอแผนควบคุมโรคต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนำเรื่องเข้าพิจารณาในคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรปราการ ตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

4. จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จุดคัดกรองโรค เพื่อสกัดกั้นการเดินทางเข้าออกและการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว และควบคุมคนไทยที่เดินทางเข้า-ออกจากจังหวัดสมุทรสาคร ตามความจำเป็น

5. ให้ใช้สวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย และให้ผู้รับผิดชอบสวนสาธารณะควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้กิจกรรมมิให้เกิดการรวมตัวแออัด
จังหวัดสมุทรปราการ ประกาศมาตรการควบคุมการแพร่ของโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 4 มกราคม 2564 เช่น ปิดสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน และสถาบันกวดวิชา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนผู้สูงอายุ ใน อ.พระสมุทรเจดีย์ และ อ.พระประแดง เป็นการชั่วคราว, สถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ให้นั่งรับประทานอาหารอย่างเดียว งดเต้น และให้ถือปฏิบัติตามมาตรการ ศบค. กำหนด, งดการจัดกิจกรรมปีใหม่ และการสวดมนต์ข้ามปี

6. จัดเจ้าหน้าที่ตรวจค้นหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เชิงรุกในแรงงานต่างด้าว จำนวน 1,500 คน รวมถึงประชาชนที่เดินทางไปพื้นที่เสี่ยงจังหวัดสมุทรสาคร

7. ขอความร่วมมือศาสนสถานทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ งดให้แรงงานต่างด้าว เข้ามาทำกิจกรรมภายในพื้นที่

8. ข้าราชการและบุคลากรของจังหวัดสมุทรปราการที่เดินทางไป-กลับจังหวัดสมุทรสาคร หรือมีที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ให้ทำงานที่บ้าน (work from home) ตั้งแต่วันที่22 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2564

9. สถานที่ราชการทุกหน่วยงาน ให้เจ้าหน้าที่ใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกคน

10. ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดนัด และร้านอาหาร ให้มีการคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย ลงทะเบียนแพลตฟอร์มไทยชนะ จัดให้มีจุดล้างมือหรือแอลกอฮอล์เจลและใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ

11. การขนส่งสาธารณะให้ใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ และผู้ประกอบการต้องจัดการทำความสะอาดยานพาหนะทุกวัน
12. ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการค้นหาและเฝ้าระวังแรงงานต่างด้าวในพื้นที่

13. จัดตั้งศูนย์ Call Center โรงพยาบาลสมุทรปราการ หมายเลข 02 701 8132 39 (๒๔ ชั่วโมง)

14. ห้ามการนำเสนอข่าวหรือทำการเผยแพร่ต่างๆ ซึ่งมีข้อความหรือข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อันเป็นเท็จหรืออาจจะทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารดังกล่าว อันทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในกรณีเช่นนี้ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตักเตือน ให้ระงับหรือสั่งให้ดำเนินการแก้ข่าว หรือหากเป็นกรณีที่มีผลกระทบรุนแรงให้ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

15. ปิดสนามชนไก่ สนามคัดเลือกไก่ สนามกัดปลา เวทีมวย สนามซ้อมมวย ร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ตและสนุกเกอร์

16. งดการจัดกิจกรรมปีใหม่ และการสวดมนต์ข้ามปี

17. ควรงด หรือชะลอการจัดกิจกรรม และพิธีการทางสังคม เช่น พิธีมงคลสมรส พิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษยกเว้นพิธีศพ กิจกรรมหรืองานพิธีที่ทางราชการจัดขึ้น หรือเป็นไปตามหมายกำหนดการของทางราชการ ยังคงจัดได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ข้อ 18 ของประกาศฉบับนี้

18. กำหนดมาตรการป้องกันโรค ให้มีมาตรการป้องกันโรค ดังนี้
(1) ให้ทำความสะอาดโดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่ที่เกี่ยวข้องก่อนการจัดกิจกรรม และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน

(2) ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ ผู้ร่วมงาน ผู้ร่วมกิจกรรม ลูกจ้าง ผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า

(3) ให้บุคคลตาม (2) ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

(4) ให้บุคคลตาม (2) เว้นระยะนั่ง หรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส หรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย

(5) ให้ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมมิให้แออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักการหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ มีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่
เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


จังหวัดเชียงใหม่

ประกาศมาตรการในการควบคุมป้องกันโควิด-19 โดยจำกัดการเดินทางของประชาชนใน 3 ตำบล (ต.ท่าตอน ต.มะลิกา และ ต.แม่อาย)
โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมโรคดังนี้

1. จำกัดการเดินทางของประชาชนใน 3 ตำบล ของอำเภอแม่อาย ประกอบด้วย ตำบลแม่อาย ตำบลมะลิกา และตำบลท่าตอน โดยขอความร่วมมือประชาชนพักอยู่ในที่พักของตนเอง และสังเกตอาการตนเอง หากมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ให้แจ้งความจำเป็นต่อทีมโควิดหมู่บ้าน เพื่อแจ้งให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ออกใบรับรองสำหรับเดินทางออกนอกพื้นที่ไว้เป็นหลักฐาน

2. ให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากทางเลือก การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล1-2 เมตร และหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่รวมคนจำนวนมาก

3. ให้สถานที่ทุกแห่งยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางเข้าใช้บริการอย่างจริงจัง ตามมาตรฐานของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

4. ให้อำเภอแม่อายจัดตั้งจุดตรวจบริเวณเขตติดต่อระหว่างตำบลในพื้นที่ของ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลแม่อาย ตำบลมะลิกา และตำบลท่าตอน

5. บูรณาการตรวจคัดกรองจากจังหวัด และอำเภอข้างเคียง เพื่อดำเนินการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เสี่ยงให้เสร็จภายใน 3 วัน

6. ปิดโรงเรียนในพื้นที่ 3 ตำบล เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 21-23 ธันวาคุม 2563 สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่มีภูมิลำเนาใน 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลแม่อาย ตำบลมะลิกา ตำบลท่าตอน ที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนต่างพื้นที่ ให้หยุดเรียนโดยให้สถานศึกษาไม่นับเป็นวันลา สำหรับการปิดสถานศึกษาอื่น ๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอแม่อาย เมื่อดำเนินการแล้วให้รายงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดเชียงใหม่ทราบทุกครั้ง

7. ห้ามเคลื่อนย้ายแรงานต่างด้าวเข้าและออกในพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลแม่อาย ตำบลมะลิกา และตำบลท่าตอน หากมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ให้แจ้งความจำเป็นต่อทีมโควิดหมู่บ้าน เพื่อแจ้งให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ออกใบรับรองสำหรับเดินทางออกนอกพื้นที่ไว้เป็นหลักฐาน


จังหวัดสุพรรณบุรี

ออกประกาศมาตรการในการควบคุมป้องกันโควิด-19 ล็อกดาวน์ อ.สองพี่น้อง ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม – 3 ม.ค.2564


agoda

อ่านเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจเพิ่มเติม
9 ที่พักพัทยา ติดทะเล วิวสวย บรรยากาศดีสุดโรแมนติก
เกาะขาม สัตหีบ เกาะสวยน้ำใสใกล้เมืองกรุง วันเดียวก็เที่ยวได้

ที่มา : https://www.komchadluek.net/news/regional/452881

โควิด19

อึ้งหนัก!พบคนไทยทำงานใน“1G1ท่าขี้เหล็ก-ต้นทางแพร่เชื้อโควิด”รวม 180 คน

ยอดผู้ป่วยโควิดสะสมท่าขี้เหล็กเพิ่มไม่หยุด วันนี้เจออีก 15 ราย พบคนไทยข้ามฝั่งทำงานใน“โรงแรม 1G1ท่าขี้เหล็ก-ต้นทางแพร่เชื้อ” มากถึง 180 คน กลับผ่านด่านฯแม่สายแล้ว 31 แจ้งความประสงค์เพิ่ม 17 ราย

วันที่2 ธ.ค พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสกัดกั้นไวรัสโควิด-19 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมแจ้งว่าหน่วยฯได้เพิ่มกำลังพลเข้าสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผ่านแนวชายแดนอีก 80 นาย

covid-19

และได้ประสานกับทุกภาคส่วน รวมถึงคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่นหรือทีบีซี เพื่อใช้มาตรการคุมเข้มตลอด 24 ชั่วโมง ให้คนไทยที่ตกค้างอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทยอยกลับเข้ามาตามช่องทางที่ถูกกฎหมาย เพื่อรับการตรวจหาเชื้อตามมาตรฐานสาธารณสุขด้วย

ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่าในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก พบการติดเชื้อเพิ่มเติมอีก 15 ราย รวมผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 64 รายแล้ว

ด้านนายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข จ.เขียงราย กล่าวว่าคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย ที่มีประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานได้มีประกาศให้ผู้ที่ตกค้างอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ได้กลับเข้ามาตามช่องทางปกติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกในการเข้าเมือง ตรวจหาเชื้อ ดูแลสุขภาพให้อย่างดี ซึ่งพบว่าได้ผล เพราะในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ได้มีผู้แสดงตนขอกลับเข้ามาผ่านด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 แล้วจำนวน 31 ราย

อย่างไรก็ตามจากการประสานงานผ่านคณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่น หรือทีบีซีฝ่ายไทย ก็ได้รับแจ้งจากผู้จัดการโรงแรม 1G1 ท่าขี้เหล็ก สถานที่กลุ่มหญิงสาวไปทำงาน-ไปเที่ยว แล้วลักลอบข้ามมายังฝั่งไทยก่อนพบว่าติดเชื้อโควิดทั้งที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิจิตร กรุงเทพฯ และราชบุรี ว่ามีคนไทยทำงานอยู่ในโรงแรมจำนวน 180 คน

covid-19

ซึ่งล่าสุดมีผู้แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับมาอีก 17 คน ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปก.) ก็เตรียมพร้อมรับกลุ่มคนดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าเมืองต่อไป

“เราจะยังไม่พูดถึงเรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมายใดๆ เพราะภารกิจหลักคือการให้กลับเข้ามาเพื่อรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติเหมือนรายก่อนหน้านี้”

agoda

ส่วนพื้นที่ภายในจังหวัดนั้นก็ได้มีประกาศให้ผู้ที่เคยลักลอบเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านรอบ 1 เดือนที่ผ่านมานี้ ให้ไปพบกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสามัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ฯลฯ เพื่อรับการตรวจ ดังนั้นกรณีผู้ที่เกี่ยวข้องขอให้แสดงตัวเพื่อให้ได้รับการอำนวยความสะดวกและป้องกันการแพร่ระบาดไปสู่สังคมด้วย

covid-19

ด้านนายณรงค์ ลือชา หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย กล่าวว่าขณะนี้ได้มีการนำรถโมบายพระราชทานออกตรวจโควิด-19 มาบริการตรวจโรคที่เชียงรายแล้ว 2 คัน โดยประจำอยู่ที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 จำนวน 1 คัน และบ้านป่าเหมือด ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งโรงแรมที่หญิงสาวที่ลักลอบข้ามเข้ามามักไปพักก่อนจะเดินทางเข้าสู่ชั้นในของประเทศ อีก 1 คัน รองรับการตรวจได้วันละ 200-300 คน สามารถสนับสนุนกรณีกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ทั้งคนขับรถไปส่งหญิงสาว พนักงานโรงแรม ชาวบ้านในชุมชน ฯลฯ และจะขยายงานไปเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ.

agoda

ที่มา : https://news1live.com/detail/9630000123836

งานพลุพัทยา2563

งานเทศกาลพลุเมืองพัทยา 2563 (Pattaya Fireworks Festival 2020)

เชิญชมพลุไฟ สวยงาม ตระการตา กลางอ่าวทะเลพัทยา ในงาน LIGHT IS LIFE PATTAYA FIREWORKS FESTIVAL 27 – 28 พ.ย.2563 ณ ชายหาดพัทยากลาง รับรองความตื่นตา ตื่นใจกับศิลปะการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทยและคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ

agoda

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า- 19 เบาบางลง ทุกภาคส่วนทยอยจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ (New Normal) ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า- 19 โดยเมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานเทศกาลพลุเมืองพัทยา LIGHT IS LIFE PATTAYA FIREWORKS FESTIVAL ขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน 2563 ณ ชายหาดพัทยากลาง เพื่อสร้างกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมและส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาแบบยั่งยืน รวมทั้งเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาเมืองพัทยา ซึ่งตรงกับวันที่ 29 พฤศจิกายน ของทุกปี

โดยในปีนี้เน้นความอลังการด้วยการจุดพลุไฟสวยงาม กลางทะเลชายหาดพัทยากลาง ประกอบดนตรีและบทเพลงที่ส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทย อาทิ เพลงค้างคาวกินกล้วย เพลงไทย โมเดิร์น 4 ภาค เพลงไทยเที่ยวเมืองไทยไปได้ทุกวัน ซึ่งเนื้อร้องทำนองสอดแทรกเข้าไปกับบทเพลงดนตรีประกอบการจุดพลุสวยงาม โดยกิจกรรมภายในงานมีดังนี้

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563

เวลา 18.00 น. การแสดงวงโยธวาธิตจากชายหาดพัทยาเหนือถึงบริเวณงาน
เวลา 19.00 น. การแสดง มวยไทยวัฒนธรรมแอดชั่น
เวลา 19.10 น. เปิดงานเทศกาลพลุเมืองพัทยา
เวลา 19.15 น. การแสดงพิธีเปิด กลองชัย ไทเกอร์ดรัม
เวลา 19.20 น. การแสดงพลุชุดที่ 1 A Great Time to Celebrate
เวลา 19.35 น. การแสดงจากตลาดน้ำ 4 ภาค
เวลา 19.50 น. การแสดงพลุชุดที่ 2 เจิดจรัสนภา พัทยาหาดสวรรค์
เวลา 20.05 น. การแสดงคอนเสิร์ต ศิลปินวง มีน
เวลา 21.00 น. การแสดงพลุชุดที่ 3 ดาราเริงระบำ
เวลา 21.15 น. การแสดงจาก บ้านช้างพัทยา
เวลา 21.30 น. การแสดงพลุชุดที่ 4 Light is Life แสงสีแห่งชีวิต
เวลา 21.45 น. การแสดงคอนเสิร์ตศิลปินวง บิ๊กแอส

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2563

เวลา 18.00 น. การแสดงวงโยธวาธิตจากชายหาดพัทยาเหนือถึงบริเวณงาน
เวลา 19.15 น. การแสดงจากสวนนงนุชพัทยา ชุดที่ 1
เวลา 19.20 น. การแสดงชุดที่ 1 พัทยาหาดสวรรค์ มาได้ทุกวัย ไปได้ทุกวัน
เวลา 19.35 น. การแสดงจากสวนนงนุชพัทยา ชุดที่ 2
เวลา 19.50 น. การแสดงพลุชุดที่ 2 ย่ำค่ำยามสนธยา พัทยาท้องฟ้าประดับดาว
เวลา 20.05 น. การแสดงคอนเสิร์ต ศิลปิน บูม บูม แคช
เวลา 21.00 น. การแสดงพลุชุดที่ 3 ร่ายมนต์รัตติกาล เปิดม่านเมฆา
เวลา 21.15 น. การแสดงจาก สวนไทย พัทยา
เวลา 21.30 น. การแสดงชุดที่ 4 Lights of Celebrate
เวลา 21.45 น. การแสดงคอนเสิร์ตศิลปิน บุดด้า เบลส
เวลา 22.45 น. เสร็จสิ้นกิจกรรม

เชิญมาร่วมสัมผัสความสวยงาม อลังการณ์ ในงาน LIGHT IS LIFE PATTAYA FIREWORKS FESTIVAL ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน นี้ ณ ชายหาดพัทยากลาง และขอความร่วมมือทุกท่านที่จะเที่ยวงาน สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย , ต้องเว้นระยะห่าง 1 เมตร , ล้างมือบ่อย ๆ พกเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่มีอาการป่วย ฯลฯ เพื่อความปลอดภัยห่างไกลเชื้อไวรัส

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายส่งเสริมศิลปะ ภาพยนตร์และการดนตรี สำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา หมายเลขโทรศัพท์ 038 253100 ต่อ 4115 ในวันและเวลาราชการ (กำหนดการต่างๆ และศิลปิน อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

สนใจจองโรงแรมพัทยาราคาพิเศษคลิกเลย

ใบขับขี่บิ๊กไบค์

กฎใหม่มาแล้ว ครม.ไฟเขียว “บิ๊กไบค์” ต้องสอบใบขับขี่เฉพาะ คาดสามารถลดอุบัติเหตุได้จริง

หลังจากที่ ผบก.จร.เสนอกรมการขนส่งทางบกทำใบขับขี่บิ๊กไบค์ โดยกำหนดเงื่อนไขผู้ที่ต้องมีใบขับขี่คือมีรถขนาด 400 ซีซีขึ้นไป,ต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป,มีใบรับรองจากบริษัทฝึกอบรมขับขี่บิ๊กไบค์ ,ในการสอบปฏิบัติต้องนำบิ๊กไบค์มาสอบด้วย

ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ “ร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ “ แก้ไขเพิ่มเติมจากร่างที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้

ล่าสุดวันนี้ 6 ก.ย.2563 เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า เผยว่าครม. เห็นชอบร่างกฎหมาย เกี่ยวกับการแก้ไขหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ การขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

BigBike

โดยมีสาระสำคัญ เช่น กำหนดให้ใบรับรองแพทย์ที่จะนำมาใช้ประกอบการขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล ต้องแสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัวหรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่า อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big bike) หรือรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 400cc ขึ้นไป ต้องผ่านการอบรมและทดสอบการขี่ตามที่กฎหมายกำหนดเพิ่มเติม นอกจากนี้ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ ประกอบการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิด

ทั้งนี้เมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างมาตรฐานสำหรับความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ รวมถึงลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

รถไฟฟ้าโมโนเรลพัทยา

ปี 67 สร้างแน่ รถไฟฟ้าโมโนเรลพัทยา หลังเสียงประชาชนพื้นที่กว่า 80% หนุน

ชาวพัทยากว่า 80% หนุนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล แก้ปัญหาจราจร ยกระดับขนส่งรับ EEC คาดเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2567 ภายใต้มูลค่าลงทุน 26,000 ล้านบาท ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี

นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รองปลัดเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่มีส่วนได้เสียจากโครงการศึกษาความเหมาะสมออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพัทยาในรูปแบบรถไฟฟ้า ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมมหาไถ่ พัทยา โดยมี นายพงศ์ทวี เลิศปัญญาวิทย์ ผู้จัดโครงการร่วมชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงาน

ขณะที่ นายพงศ์ทวี ผู้จัดโครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพัทยาในรูปแบบรถไฟฟ้า บอกว่า การจัดประชุมรับฟังความเห็นทั้ง 3 ครั้ง เพื่อนำเสนอผลการศึกษาทางด้านวิศวกรรม และผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมทั้งมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาเป็นข้อคิดเห็นในการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการศึกษาให้มีความครบถ้วน ก่อนส่งให้เมืองพัทยาพิจารณา

โดยการจัดรับฟังความคิดเห็นใน 2 ครั้งที่ผ่านมา พบว่าประชาชนในพื้นที่มากถึง 80% เห็นด้วยกับการดำเนินโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพัทยาในรูปแบบรถไฟฟ้าระบบรถรางเบา หรือโมโนเรล แต่ก็มีประชาชนบางส่วนที่เกิดความกังวลใจในเรื่องพื้นที่การก่อสร้าง เนื่องจากถนนพัทยาสาย 2 มีความคับแคบ ดังนั้น หากมีการก่อสร้างโครงการใหญ่เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการจราจร และอาจจะทำให้สภาพภูมิทัศน์ของเมืองพัทยาไม่สวยงาม

รถไฟฟ้าพัทยา

สำหรับเส้นทางโครงการนำร่องจะอยู่บนถนนพัทยาสายสอง เนื่องจากไม่มีอาคารที่มีความสูงเกิน 4 ชั้น จึงทำให้การยกระดับไม่จำเป็นต้องใช้ความสูงที่อาจส่งผลต่องบประมาณในการลงทุน โดยการจัดทำสถานีจอดบริเวณเส้นทางนี้อาจต้องมีการเวนคืนที่ดินบ้าง เช่น ริมถนนมอเตอร์เวย์ด้านทิศใต้เลียบรั้วตลอดแนว เพื่อไม่ให้รบกวนเส้นทางหลัก

ส่วนจุดที่ 2 คือ บริเวณหน้าห้าง Terminal 21 และ 3.บริเวณแยกทัพพระยา ตลอดเส้นทางจะมีจุดจอดรวม 13 จุด และการจัดทำแผนดำเนินการหลังผ่านการรับฟังความคิดเห็นและกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมไปแล้วก็จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติโครงการ

โดยคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในปี 2566-2567 และจะเปิดให้บริการในช่วงปี 2570 ภายใต้มูลค่าการลงทุนรวม 26,000 ล้านบาท ในระยะเวลาสัมปทานรวม 30 ปี

สถานีรถไฟฟ้า

รองนายกเมืองพัทยา ย้ำการพัฒนาระบบขนส่งมีความจำเป็น

ด้าน นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รองปลัดเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาเป็นเมืองที่มีศักยภาพทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันกลับประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ใจกลางเมืองซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญซึ่งเป็นผลจากการเจริญเติบโตของเมือง

และยังพบว่าสาเหตุหลักของปัญหาการจราจรในเมืองพัทยา คือ การขนส่งสาธารณะที่ไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงพอ จึงให้ประชาชนในพื้นที่เลือกเดินทางด้วยยานพาหนะส่วนตัวจนเกิดปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิษทางอากาศ

ที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9630000085728